แชร์

6 ปัญหาที่พบบ่อยในการติดฉลากสินค้าด้วยมือ และทางแก้ด้วยเครื่องติดฉลากสินค้า

การติดฉลากสินค้าเป็นขั้นตอนสำคัญที่ผู้ประกอบการหลายรายมักมองข้าม โดยเฉพาะธุรกิจขนาดเล็กที่เริ่มต้นด้วยการติดฉลากสินค้าด้วยมือ เพราะดูเหมือนประหยัดต้นทุนในช่วงแรก แต่เมื่อธุรกิจเติบโต ปัญหาต่าง ๆ ก็เริ่มตามมา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความเร็ว ความแม่นยำ หรือแม้แต่คุณภาพของสินค้าที่ส่งออกไป

วันนี้ Asia Engineering Pac จะพาไปดูกันว่าปัญหาอะไรบ้างที่มักเกิดขึ้นจากการติดฉลากด้วยมือ และทำไมเครื่องติดฉลากสินค้าถึงเป็นทางออกที่คุ้มค่าสำหรับธุรกิจที่กำลังขยายตัว

 

 

6 ปัญหาที่พบบ่อยในการติดฉลากสินค้าเอง

 

หลายคนคิดว่าการติดฉลากเองไม่ใช่เรื่องยาก แค่ลอกแล้วติด แต่ในความเป็นจริงแล้ว เมื่อต้องทำซ้ำ ๆ หลายร้อยหรือหลายพันชิ้นต่อวัน ปัญหาเหล่านี้จะเริ่มปรากฏชัดเจน

1. ความไม่สม่ำเสมอและความคลาดเคลื่อนในการติดฉลาก


นี่คือปัญหาอันดับหนึ่งที่ส่งผลต่อภาพลักษณ์แบรนด์โดยตรง เมื่อพนักงานต้องติดฉลากสินค้าด้วยมือตลอดทั้งวัน ความเหนื่อยล้าทำให้ตำแหน่งของฉลากเริ่มคลาดเคลื่อน บ้างสูงไป บ้างต่ำไป บ้างเอียง ทำให้สินค้าแต่ละชิ้นดูไม่สม่ำเสมอกัน

สำหรับธุรกิจที่ขายในช่องทางออนไลน์หรือห้างสรรพสินค้า ความไม่เรียบร้อยของฉลากอาจทำให้ลูกค้าเกิดความรู้สึกว่าสินค้าไม่มีมาตรฐาน แม้ว่าคุณภาพภายในจะดีก็ตาม

2. อัตราความเร็วในการผลิตที่ต่ำ


การติดฉลากด้วยมือนั้นช้ามาก โดยเฉลี่ยคนหนึ่งสามารถติดได้ประมาณ 20-30 ชิ้นต่อนาที ขึ้นอยู่กับขนาดและความซับซ้อนของบรรจุภัณฑ์ หากคุณมีออเดอร์ 10,000 ชิ้นที่ต้องส่งภายในสัปดาห์เดียว คุณจะต้องจ้างพนักงานหลายคนเพื่อให้ทันกำหนดส่ง

นอกจากนี้ ความเร็วยังผันแปรตามสภาพร่างกายและจิตใจของพนักงานแต่ละวัน ช่วงเช้าอาจเร็ว แต่พอบ่ายหรือเย็นก็เริ่มช้าลง

3. ต้นทุนแรงงานที่เพิ่มขึ้น


แม้ว่าในช่วงแรกการจ้างพนักงาน 1-2 คนเพื่อติดฉลากจะดูประหยัดกว่าการซื้อเครื่องจักร แต่เมื่อปริมาณการผลิตเพิ่มขึ้น คุณจะต้องจ้างพนักงานเพิ่ม บวกกับค่าแรง ค่าประกันสังคม ค่าล่วงเวลา และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่ต้องจ่ายต่อเนื่องทุกเดือน

สิ่งที่หลายคนมองข้ามคือต้นทุนของการบริหารจัดการคน การฝึกอบรม และการรับมือกับการลาหรือลาออกของพนักงาน ซึ่งทั้งหมดนี้กินเวลาและทรัพยากรของผู้บริหารไม่น้อย

4. เกิดฟองอากาศและรอยยับบนฉลาก


ปัญหานี้เกิดจากเทคนิคการติดที่ไม่สม่ำเสมอ เมื่อติดฉลากด้วยมือ บางครั้งอากาศติดอยู่ใต้ฉลากทำให้เกิดฟองหรือยับ โดยเฉพาะกับฉลากขนาดใหญ่หรือฉลากที่ต้องติดบนพื้นผิวโค้ง เช่น ขวดกลม

ฉลากที่มีฟองหรือยับไม่เพียงแต่ดูไม่สวย ยังอาจทำให้ข้อมูลบนฉลากอ่านยาก หรือฉลากหลุดง่ายหากไม่ติดแนบสนิท ซึ่งอาจนำไปสู่ปัญหาการร้องเรียนจากลูกค้าหรือถูกปฏิเสธสินค้าจากร้านค้า

5. ปัญหาความผิดพลาดในการพิมพ์วันที่/รหัสล็อต


สำหรับธุรกิจอาหาร ยา หรือเครื่องสำอาง การระบุวันที่ผลิต วันหมดอายุ และรหัสล็อตเป็นเรื่องจำเป็นตามกฎหมาย การติดฉลากด้วยมือทำให้เสี่ยงต่อการติดฉลากผิด เช่น ใช้ฉลากเก่าที่พิมพ์วันที่ไม่ถูกต้อง หรือติดสลับระหว่างล็อตการผลิต

ความผิดพลาดเหล่านี้อาจนำไปสู่ปัญหาร้ายแรง ตั้งแต่การถูกปรับจากหน่วยงานราชการ ไปจนถึงการเรียกสินค้าคืน (Product Recall) ซึ่งส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงและต้นทุนอย่างมหาศาล

6. ฉลากเสียเยอะ


เมื่อติดฉลากด้วยมือ โอกาสที่ฉลากจะเสียหรือใช้ไม่ได้มีสูง ไม่ว่าจะเป็นการลอกฉลากออกมาแล้วติดผิดตำแหน่ง ฉลากติดซ้อนกัน หรือฉลากเสียหายจากการจับจากมือที่อาจชื้นหรือเปียก

ฉลากที่เสียไปแต่ละม้วนนั้นเป็นต้นทุนที่สูญเปล่า โดยเฉพาะหากเป็นฉลากพิมพ์พิเศษที่มีราคาสูง การสูญเสียนี้อาจดูเล็กน้อยในแต่ละวัน แต่เมื่อสะสมเป็นเดือนหรือปี จำนวนเงินที่หายไปก็ไม่น้อยเลย


เครื่องติดฉลากสินค้า ดีกว่าการติดฉลากสินค้าด้วยมืออย่างไร?


หลังจากที่เห็นปัญหามากมายจากการติดฉลากด้วยมือแล้ว คุณอาจเริ่มสงสัยว่าการติดฉลากด้วยเครื่องติดฉลากสินค้าช่วยแก้ปัญหาเหล่านี้ได้อย่างไร มาดูกันว่าข้อดีที่โดดเด่นมีอะไรบ้าง

 

 

 

 

การเพิ่มความเร็วและปริมาณการผลิต


เครื่องติดฉลากอัตโนมัติสามารถติดฉลากได้ 60-200 ชิ้นต่อนาที ขึ้นอยู่กับรุ่นและประเภทของเครื่อง ซึ่งเร็วกว่าการติดด้วยมือถึง 3-10 เท่า นอกจากนี้ เครื่องจักรยังสามารถทำงานได้ต่อเนื่องตลอดกะการผลิตโดยไม่เหนื่อยล้า ทำให้คุณสามารถรองรับออเดอร์ที่เพิ่มขึ้นได้โดยไม่ต้องจ้างพนักงานเพิ่ม

ความเร็วที่สม่ำเสมอนี้ยังช่วยให้คุณวางแผนการผลิตได้แม่นยำขึ้น รู้ว่าแต่ละวันสามารถผลิตได้กี่ชิ้น และสามารถรับออเดอร์ได้มากแค่ไหนโดยไม่ต้องกังวลว่าจะส่งของไม่ทัน

ความแม่นยำสูง ควบคุมความคลาดเคลื่อนได้ในระดับมิลลิเมตร


เครื่องติดฉลากสินค้าและบรรจุภัณฑ์ทำงานด้วยระบบเซนเซอร์และการตั้งค่าที่แม่นยำ ทำให้สามารถวางฉลากได้ในตำแหน่งเดียวกันทุกครั้ง โดยความคลาดเคลื่อนอยู่ในระดับ ±1-2 มิลลิเมตรเท่านั้น ผลลัพธ์คือสินค้าที่ออกมาดูเป็นมืออาชีพและมีมาตรฐานสูง

นอกจากนี้ เครื่องยังติดฉลากได้โดยไม่เกิดฟองอากาศหรือรอยยับ เพราะมีกลไกในการกดและรีดอากาศออกอย่างเหมาะสม ทำให้ฉลากติดแนบสนิทและสวยงามทุกชิ้น

การลดต้นทุนในระยะยาวและคุ้มทุน


แม้ว่าการลงทุนในเครื่องติดฉลากจะมีค่าใช้จ่ายเริ่มต้นสูง แต่ในระยะยาวกลับประหยัดกว่าการจ้างแรงงานมาก คุณไม่ต้องจ่ายเงินเดือนประจำ ไม่มีค่าล่วงเวลา ไม่ต้องจัดการกับการลาหรือการลาออก และที่สำคัญคือ ค่าบำรุงรักษาเครื่องจักรถูกกว่าต้นทุนแรงงานหลายคนรวมกันมาก

นอกจากนี้ การลดของเสียจากฉลากที่ติดผิดหรือเสียหาย รวมถึงการลดความผิดพลาดที่อาจนำไปสู่การเรียกสินค้าคืน ล้วนเป็นการประหยัดต้นทุนที่มองไม่เห็นแต่มีค่ามาก หากคุณยังไม่แน่ใจว่าการตัดสินใจเปลี่ยนจากมือเป็นเครื่องนั้นคุ้มค่าหรือไม่ ลองอ่านเครื่องติดเทปกล่องกับติดด้วยมือ เลือกแบบไหนดีเพื่อเปรียบเทียบการตัดสินใจที่คล้ายกัน


ธุรกิจไหนควรติดฉลากด้วยมือ และ ธุรกิจไหนควรใช้เครื่องติดฉลากสินค้า


การตัดสินใจว่าควรติดฉลากด้วยมือหรือลงทุนซื้อเครื่องนั้นขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ไม่มีคำตอบเดียวที่เหมาะกับทุกธุรกิจ

ธุรกิจที่ยังควรติดฉลากด้วยมืออยู่:

  • ธุรกิจเริ่มต้นที่ผลิตสินค้าไม่เกิน 500-1,000 ชิ้นต่อวัน
  • ธุรกิจที่มีสินค้าหลากหลายรูปแบบและเปลี่ยนแปลงบ่อย ซึ่งการปรับเครื่องจักรอาจไม่คุ้มค่า
  • ธุรกิจที่ทำตามออเดอร์ (Made-to-Order) แบบไม่ค่อยมีรูปแบบซ้ำกัน
  • ธุรกิจที่มีงบประมาณจำกัดและยังไม่พร้อมลงทุน

     

      

ธุรกิจที่ควรใช้เครื่องติดฉลาก:

  • ธุรกิจที่ผลิตสินค้ามากกว่า 1,000 ชิ้นต่อวันอย่างสม่ำเสมอ
  • ธุรกิจที่ต้องการความแม่นยำสูงและภาพลักษณ์แบรนด์ระดับพรีเมียม
  • ธุรกิจอาหาร เครื่องดื่ม ยา เครื่องสำอาง ที่ต้องปฏิบัติตามมาตรฐาน GMP หรือมาตรฐานอื่น ๆ
  • ธุรกิจที่กำลังขยายตัวและต้องการเพิ่มกำลังการผลิตโดยไม่ต้องเพิ่มพนักงาน
  • ธุรกิจที่มีปัญหาหาคนทำงานในส่วนของการติดฉลาก

    หากธุรกิจของคุณอยู่ในจุดเปลี่ยนผ่าน ลองคำนวณจุดคุ้มทุนดูจะช่วยให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้น

 

ตัวอย่างการคำนวณจุดคุ้มทุน (ROI) เมื่อลงทุนในเครื่องติดฉลากสินค้า

 

มาดูตัวอย่างการคำนวณง่าย ๆ เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น สมมติว่าธุรกิจของคุณมีสถานการณ์ดังนี้

 

สถานการณ์ปัจจุบัน (ติดฉลากด้วยมือ):

  • จ้างพนักงาน 3 คน เงินเดือนคนละ 12,000 บาท รวม 36,000 บาท/เดือน
  • ติดฉลากได้ 30 ชิ้น/นาที หรือประมาณ 14,400 ชิ้น/วัน (8 ชั่วโมง)
  • ของเสียจากการติดผิด 5% หรือประมาณ 720 ชิ้น/วัน มูลค่า 10 บาท/ชิ้น = 7,200 บาท/วัน หรือ 216,000 บาท/เดือน (30 วัน)

 

ต้นทุนรวมต่อเดือน:

  • ค่าแรงงาน: 36,000 บาท
  • ค่าของเสีย: 216,000 บาท
  • รวม: 252,000 บาท/เดือน

 

สถานการณ์หลังใช้เครื่องติดฉลากสินค้า:

  • ราคาเครื่อง: 1,000,000 บาท
  • ติดฉลากได้ 100 ชิ้น/นาที หรือประมาณ 48,000 ชิ้น/วัน
  • ของเสียลดเหลือ 0.5% = 72 ชิ้น/วัน มูลค่า 2,160 บาท/วัน หรือ 64,800 บาท/เดือน
  • ค่าบำรุงรักษา: 5,000 บาท/เดือน
  • พนักงานควบคุมเครื่อง 1 คน: 15,000 บาท/เดือน

 

ต้นทุนรวมต่อเดือน:

  • ค่าแรงงาน: 15,000 บาท
  • ค่าของเสีย: 64,800 บาท
  • ค่าบำรุงรักษา: 5,000 บาท
  • รวม: 84,800 บาท/เดือน

 

การประหยัดต่อเดือน: 252,000 - 84,800 = 167,200 บาท

ระยะเวลาคุ้มทุน: 1,000,000 ÷ 167,200 = 5.9 เดือน หรือประมาณ 6 เดือน

จากตัวอย่างนี้จะเห็นว่า หากธุรกิจของคุณมีปริมาณการผลิตที่สม่ำเสมอ การลงทุนในเครื่องติดฉลากจะคุ้มทุนได้ภายในไม่ถึงครึ่งปี และหลังจากนั้นจะเป็นการประหยัดต้นทุนอย่างต่อเนื่อง ยิ่งไปกว่านั้น คุณยังได้ประโยชน์เพิ่มเติมในเรื่องของความเร็ว ความแม่นยำ และภาพลักษณ์แบรนด์ที่ดีขึ้นอีกด้วย


สรุป เครื่องติดฉลากสินค้า ตัวช่วยแก้ปัญหาการติดฉลาก

 


การติดฉลากสินค้าอาจดูเป็นแค่ขั้นตอนเล็ก ๆ ในกระบวนการผลิต แต่ในความเป็นจริงแล้วมันส่งผลต่อต้นทุน ความเร็ว และภาพลักษณ์ของธุรกิจอย่างมาก หากคุณกำลังเผชิญกับปัญหาความไม่สม่ำเสมอ ความช้า หรือต้นทุนที่สูงขึ้นเรื่อย ๆ จากการติดฉลากด้วยมือ อาจถึงเวลาแล้วที่ต้องพิจารณาการใช้เครื่องติดฉลากสินค้าอย่างจริงจัง

การลงทุนในเครื่องจักรที่เหมาะสมไม่เพียงแต่จะแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่ยังช่วยให้ธุรกิจของคุณเติบโตได้อย่างยั่งยืน มีความยืดหยุ่นในการรับออเดอร์ที่เพิ่มขึ้น และสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าผ่านสินค้าที่มีคุณภาพและมาตรฐาน

Asia Engineering Pac มีประสบการณ์มากกว่า 40 ปีในการออกแบบและผลิตเครื่องจักรบรรจุภัณฑ์และเครื่องจักรในกระบวนการผลิตสำหรับอาหาร ยา สี และเคมี พร้อมให้คำปรึกษาและปรับแต่งเครื่องตามความต้องการของแต่ละธุรกิจ

ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม:

LINE
Facebook: https://www.facebook.com/asiaengineeringpac
Youtube: https://www.youtube.com/@asiaengineeringpacth
Email: sales@asiaengineeringpac@co.th
โทร: 02 806 4501, 087 542 9042

 

ข้อมูลอ้างอิง:

ข้อผิดพลาดในการติดฉลากทั่วไปที่ควรหลีกเลี่ยง: ปัญหาการใช้งาน. สืบค้นเมื่อวันที่ 4 มกราคม 2569
ทำไมธุรกิจ SME ควรลงทุนเครื่องติดฉลากขวดกลม?. สืบค้นเมื่อวันที่ 4 มกราคม 2569

 

 


บทความที่เกี่ยวข้อง
เครื่องบดพริกแกง
เลือกเครื่องปั่นพริกกระเทียมอย่างไรให้เหมาะกับธุรกิจ? รู้จัก 5 ปัจจัยสำคัญ แก้ปัญหาความร้อน ความละเอียดไม่สม่ำเสมอ และเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตให้ธุรกิจของคุณ
GMP
มาตรฐาน GMP คือ? ทำไมถึงสำคัญต่อโรงงานอาหาร? พร้อม 6 หลักเกณฑ์สำคัญและประโยชน์ที่ธุรกิจจะได้รับในการสร้างความเชื่อมั่นและโอกาสทางการค้า
เครื่องซีลสูญญากาศ
วิธีใช้เครื่องซีลสูญญากาศ ใช้อย่างไร? การตั้งค่าเวลาซีล ระดับสุญญากาศ ไปจนถึงการเตรียมวัตถุดิบ การดูแลรักษา และการแก้ไขปัญหาที่พบบ่อย
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy